กระแส Metaverse น่าสนใจมั้ย หุ้นกลุ่มนี้มีหุ้นอะไรบ้าง ?

Metaverse

กระแส Metaverse น่าสนใจมั้ย หุ้นกลุ่มนี้มีหุ้นอะไรบ้าง ?

ชื่อนี้ดังขึ้นมาเพราะ Mark Zuckerberg เลย  ตอนประกาศเปลี่ยนชื่อ Facebook เป็น Meta Platforms เค้าบอกอยู่ว่าเค้าเชื่อว่าในไม่กี่ปี metaverse มันจะมาแทน mobile internet ณ ปัจจุบัน  ตนจะไปมี social interaction บนนั้นแทน  ผมเห็นบริษัทเค้ามีทำ Oculus กล้อง VR อยู่เข้าใจว่าเค้าจินตนาการถึงโลกเสมือน 3D ที่ให้คนไปทำกิจกรรมร่วมกันได้โดยที่ตัวจริงๆไม่ได้ต้องมาอยู่ในสถานที่เดียวกัน  

Bloomberg Intelligence ก็มีทำนายว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse จะเติบโตมีมูลค่า $800 billion ในปี 2024  เทียบกับ $500 billion ในปี 2020  หรือคิดเป็นการเติบโตปีละ 12.5% ทีเดียว  เค้ามองว่าการเติบโตหลักจะมาจากอุตสาหกรรมเกมกับอุปกรณ์เล่นเกมที่เกี่ยวข้อง  ที่เหลือจะเป็นพวก social media กับกิจกรรมบันเทิงอื่นๆ

โดยส่วนตัวผมว่า interaction แบบเดิมที่มีอยู่แล้วอย่างเกมออนไลน์หรือพวกประชุมออนไลน์ก็จะเป็นที่นิยมต่อไปแน่ๆ  ตรงสองส่วนนี้น่าจะโต  ส่วนเรื่องอื่นเช่นไปเจอหน้าเพื่อนหรือไปเที่ยวทำกิจกรรมหรือเดินซื้อของบน VR ตอนนี้ดูยังไกลอยู่  ซักวันนึงถ้ามันเหมือนจริงมากปลอดภัยมากมันก็จะมาซักวันนะผมว่า  แต่รู้สึกตอนนี้เท่าที่เห็นยังห่างมาก  ดังนั้นในการลงทุนถ้าเราจะเริ่มลงทุนที่เกี่ยวกับเทรนด์นี้ผมคิดว่าเริ่มจากพวกที่เกี่ยวข้องและทำได้ดีอยู่แล้วมีกำไรอยู่แล้วเช่น Nvidia, Meta Platforms พวกนี้ไปก่อนดีกว่า  พวกกลุ่มที่สินค้ายังอยู่ในระหว่างการพัฒนาหรือตอนนี้ยังไม่มีกำไรผมว่ารอก่อนก็ได้  รอให้มันพิสูจน์โมเดลธุรกิจแล้วเริ่มมีกำไรค่อยไปซื้อยังทัน  

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี

มีวิธีประเมินมูลค่าบริษัทที่เราไม่เชื่องบการเงินมั้ย ?

How do you do valuation when you do not trust the accounting statements?

มีวิธีประเมินมูลค่าบริษัทที่เราไม่เชื่องบการเงินมั้ย ?

เอาจริงๆผมไม่คิดว่าเป็นไปได้นะ  ในการทำ valuation ใดๆมันต้องมี input ข้อมูลจากบริษัทบ้าง  ถ้าเราบอกเราไม่สามารถเชื่อตัวเลขที่อยู่บนงบการเงินได้เลยนี่ยากละ  อย่างมากสุดที่เราทำได้คือระวังเป็นพิเศษและอาจจะทำการปรับตัวเลขบางส่วนที่เราสงสัยว่ามันเว่อร์ไปหรือน้อยไปกว่าความเป็นจริง  แต่ทั้งนี้ตัวมูลค่าที่เราคำนวณออกมาได้มันจะขึ้นอยู่กับอารมณ์เรามากเข้าไปใหญ่  ซึ่งโดยปกติแล้วก็ไม่แนะนำให้ทำครับ

โดยส่วนตัวผมว่านะ  ถ้าเราไม่ไว้ใจบริษัทว่าธุรกิจมันทำได้ดีและคิดว่ายังไงมันโกหกแน่ตัวเลขบนงบการเงินเพี้ยนไปเยอะแน่ๆ  อย่างนั้นเราอาจจะสมควรลงทุนในบริษัทอื่นนะ  คงไม่ต้องไปพยายามประเมินมูลค่ามันก็ได้มั้ง

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี

สังคมผู้สูงอายุจะมา หุ้นกลุ่มไหนน่าสนใจบ้าง ?

What to invest in to profit from aging society trend?

สังคมผู้สูงอายุจะมา หุ้นกลุ่มไหนน่าสนใจบ้าง ?

มีนักเรียนถามเกี่ยวกับการลงทุนในกระแสสังคมผู้สูงอายุว่าลงทุนในอะไรดี  แว่นตาดีมั้ย

ส่วนตัวผมว่าแว่นตานี่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่เฉพาะสำหรับผู้สูงอายุละนะ  เด็กจำนวนมากใช้มือถือดูหน้าจอแต่เด็กและคนจำนวนมากใส่แว่นตั้งแต่เด็ก  ดังนั้นผมก็ไม่คิดว่าแว่นมันจะบูมขึ้นมาหรืออะไรจากการที่มีประชากรสูงอายุเยอะขึ้นนะ

เท่าที่เคยเห็นจากประเทศอื่นที่เค้าคนสูงอายุเยอะไปก่อนเรา  สิ่งที่สังเกตได้คือดังนี้

  • บริษัทที่เป็น operator  ทำบ้านพักคนชรา  อันนี้ที่เห็นคือไม่ค่อยเวิร์ค  อย่างในญี่ปุ่นนี่ผมก็ไปดูนะแล้วก็พบว่ามันไม่ค่อยจะกำไรกัน  เข้าใจว่าธุรกิจนี้มันการแข่งขันสูงเพราะคนทำได้หลายเจ้า  และการดูแลผู้สูงอายุก็ไม่ใช่อะไรที่ต้นทุนต่ำ

  • บริษัทที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วให้ operator เช่าทำบ้านพักคนชราหรือสถานที่พยาบาลผู้ปวยสูงอายุ  พวกนี้ก็ดูจะทำได้เสถียรกว่า  หลักๆแล้วคิดว่าเพราะมันแค่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้แบกรับความเสี่ยงในการดำเนินงานอะไรเท่าไหร่  กลุ่มนี้เจอเยอะใน US เช่นกัน  ตัวอย่างบริษัทในกลุ่มนี้เช่น Welltower, Ventas, Omega Healthcare, Healthcare & Medical Investment
  • บริษัทที่ทำพวก Home health บริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้าน  อันนี้ดูเหมือนจะทำได้ดี  เคยเห็นใน US แล้วก็พบว่ามันทำได้ดีอยู่นะ  ไม่แน่ใจว่าทำไมอย่างชัดเจน  ตัวอย่างบริษัทในกลุ่มนี้เช่น Encompass Health, LHC Group
  • บริษัทที่ทำเครื่องมือแพทย์หรืออุปกรณ์ที่มักใช้ในผู้ป่วยสูงอายุ  เช่นเครื่องฟอกไต  หรือลิ้นหัวใจเทียมหรือเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในโรคกระดูกข้อ  เครื่องวัดความดัน, น้ำตาลในเลือด  พวกนี้โดยรวมทำได้ดีมากอยู่  แต่ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับผู้สูงอายุหรือเปล่าหรือแค่มันดีอยู่แล้ว  ตัวอย่างบริษัทในกลุ่มนี้ก็เช่น Nipro, Fresenius Medical Care, Stryker, Edwards Lifesciences, Omron, Dexcom, etc. 
  • โรงพยาบาล  พวกนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับผู้สูงอายุโดยตรงเท่าไหร่  แต่มันก็ทำได้ดีในหลายที่นะ  ทั้งไทยนี่เราเห็นอยู่แล้ว  ใน US ก็มีกลุ่มโรงพยาบาลที่ทำได้ดี

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี

หุ้นจ่ายปันผลน้อยลง เป็นสัญญาณของปัญหาหรือเปล่า ?

Is it a negative sign for a company when it reduces its dividends, even when it is still relatively high/good dividends?

หุ้นจ่ายปันผลน้อยลง เป็นสัญญาณของปัญหาหรือเปล่า ?

โดยส่วนใหญ่ก็ใช่ครับมักจะเป็นเพราะบริษัทเจอปัญหาอะไรการดำเนินงานอะไรซักอย่าง  ถ้าเป็นการลดปันผลจากระดับปกติที่เคยจ่ายเป็นปกตินะ  ไม่ใช่แบบลดจากปีที่แล้วเพราะปีที่แล้วจ่ายปันผลพิเศษ

สาเหตุทั่วไปที่จ่ายปันผลน้อยลง  อยากให้นึกภาพว่าปกติบริษัทก็จ่ายปันผลจากกำไรที่ทำได้ถูกมะ  ถ้าสมมติจากเดิมที่จ่ายปันผลได้สม่ำเสมออยู่มาวันนึงลดปันผลลง  ถึงแม้ว่าลดลงไปจะยังเป็นปันผลที่ดีอยู่แต่มันก็แสดงว่ามันต้องมีเรื่องอะไรซักอย่างที่ทำให้จ่ายปันผลจากกำไรได้ลดลงใช่มะ  กรณีส่วนใหญ่ก็จะมาจากว่ากำไรลดลงก็เลยไม่สามารถจ่ายเท่าเดิมได้นั่นแหละ  บางทีมันก็มาจากว่ากำไรลดลงเยอะอย่างเช่นบริษัทเจอผลกระทบจากโควิดอะไรงี้  หรือไม่ก็ลดลงแบบถาวรก็เลยจำเป็นต้องลดปันผลไปด้วย  สิ่งที่นักลงทุนเค้ากลัวกันจริงๆก็คือกลัวว่ามีปัญหาระยะยาวอะไรหรือเปล่านี่แหละ

นอกเหนือจากนั้นก็อาจจะมีสาเหตุอื่นอีกที่บริษัทจ่ายปันผลน้อยลงเช่น  ช่วงนี้มีโครงการที่บริษัทอยากจะไปลงทุนเพิ่มก็เลยลดการจ่ายปันผล

สรุปแล้วคือส่วนใหญ่ใช่  แต่ไม่เสมอไป  เราสมควรดูในรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น  บางทีมันก็ไม่ได้เป็นอะไรเลวร้ายนะ

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี

ควรมีเงินสดอยู่เป็นกี่ % ของพอร์ตดี ?

ควรมีเงินสดอยู่เป็นกี่ % ของพอร์ตดี ?

อันนี้เราพูดถึงเงินสดในพอร์ตการลงทุนนะ  ไม่เกี่ยวกันกับเงินสำรองฉุกเฉินกับพวกที่ต้องใช้จ่ายรายเดือน  เรากำลังพูดถึงส่วนของเงินลงทุนที่ลงทุนไว้ยาวได้ไม่ใช่แบบแปปๆต้องถอนไปทำอย่างอื่นนะ  เงินสดนี่ควรจะมีให้น้อย  น้อยที่ว่านี่คือขนาดไหนส่วนตัวผมว่ายังไงก็ไม่น่าจะเกิน 5% ของพอร์ตนะ

ไอเดียของการมีเงินสดอยู่ในพอร์ตคือเผื่อไว้ใช้เป็นกระสุนเวลาที่ตลาดตกเยอะหรือเห็นโอกาสจะได้ซื้อเพิ่มได้  ซึ่งในคอนเซปต์มันก็ดีนะแต่เอาจริงไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะ

  1. รอโอกาสนี่ไม่รู้นานแค่ไหน
  2. รอโอกาสด้วยอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงินสดก็ได้  ถือกองทุนตราสารหนี้ก่อนก็ได้ถ้ารู้สึกกังวลมาก  หรือถือหุ้นที่ธุรกิจนิ่งมากโตช้าหน่อยก็ได้

หลักๆแล้วเป็นเพราะเงินสดหรือเงินฝากนี่ผลตอบแทนมันต่ำมาก  ดังนั้นการมีเงินสดหรือเงินฝากอยู่เยอะไปก็เลยเป็นสิ่งที่ถ่วงผลตอบแทนของพอร์ต  เพื่อให้เห็นภาพเรายกตัวอย่าง

สมมติสถานการณ์ดอกเบี้ยเงินฝากแบบออมทรัพย์ผลตอบแทนระยะยาวเฉลี่ย 0.5%  ส่วนผลตอบแทนของหุ้นระยะยาวเฉลี่ย 7%  เคสแรกลงทุนแบบ 15% อยู่ในเงินสด  กับเคสที่สองลงทุนแบบ 5% อยู่ในเงินสด  สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลตอบแทนเฉลี่ยของแบบแรกจะเป็น 6.025% ต่อปี  ส่วนแบบที่สองผลตอบแทนเฉลี่ยจะเป็น 6.675% ต่อปี  ซึ่งก็ดูต่างกันไม่เยอะต่างกันยังไม่ถึง 1% ต่อปีเนาะ  แต่ความแตกต่างอันนี้มันเยอะเหมือนกันนะถ้าลงทุนแบบนี้ต่อเนื่องกันหลายปี  ถ้าสมมติเราเริ่มลงทุนด้วยเงิน 100 บาทเท่ากัน 20 ปีผ่านไปเคสที่เงินสดน้อยเงิน 100 บาทจะกลายเป็น 364 บาท  ส่วนเคสที่เงินสดเยอะจาก 100 บาทกลายเป็น 322 บาท  ต่างกันเยอะอยู่นะ

สรุปคือ  ในพอร์ตการลงทุนเราควรถือเงินสดให้น้อยที่สุดที่เป็นไปได้ครับ

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี

Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ย แปลว่าตลาดหุ้นจะต้องตกจริงเหรอ ?

Our take on Fed rate hike

Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ย แปลว่าตลาดหุ้นจะต้องตกจริงเหรอ ?

มีคนถามเรื่อง Fed จะเริ่มหยุดอัดฉีดสภาพคล่องและเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น  จะมีผลอะไรมั้ยต้องทำอะไรหรือเปล่า

เรื่อง Fed นี่ส่วนตัวผมไม่รู้สึกว่ามีปัญหาอะไร  ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องกังวลหรือใส่ใจอะไรทั้งสิ้น  ปล่อยให้คนอื่นในตลาดมันบ้ากันไปครับ

ประเด็นแรกเลยคือสิ่งที่เค้าทำก็คิดว่าถูกต้องแล้วเพราะเศรษฐกิจก็เริ่มฟื้นมาเยอะแล้ว  ดังจะเห็นได้จากการที่อัตราการว่างงานเริ่มต่ำลงไปอยู่ใกล้ระดับเดิมก่อนเกิดโควิดละ  การกระตุ้นเศรษฐกิจมากจนเกินระดับที่ศักยภาพของปัจจัยในประเทศจะรองรับได้ก็จะไปทำให้เกิดเงินเฟ้อเยอะขึ้นไป

เงินเฟ้อโดยรวมผมก็มองว่าชั่วคราวอยู่ดี  ช่วงที่ผ่านมาที่ความต้องการสินค้าบริการและแรงงานกระชากขึ่นพรวดจากตอนที่เปิดเศรษฐกิจกลับมา  อุปทานมันก็ไม่ทันและระดับราคามันต้องสูงขึ้นอยู่แล้ว  มันต้องใช้เวลาปรับตัวซักพัก  ในเวลานี้แรงงานก็เริ่มกลับเข้ามาทำงานละ  การผลิตสินค้าและบริการก็ควรจะสูงขึ้นและตราบใดที่เค้าไม่กระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องยาวเกินไปเงินเฟ้อก็ไม่ควรจะเป็นปัญหาอะไร

การรักษาเสถียรภาพให้ระบบเศรษฐกิจเติบโตแบบปกติก็ควรจะเป็นผลดีกับตลาดหุ้น

ส่วนประเด็นเรื่องผลกระทบต่อตลาดหุ้นโดยตรง  ในระยะสั้นๆตอนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจมีผลกับตลาดหุ้นบ้างแต่ชั่วคราวมาก  ภาพรวมแล้วไม่มีผลอะไร  ดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตก็ได้

ช่วงหลังปีวิกฤติเศรษฐกิจปี 2008  Fed ลดอัตราดอกเบี้ยไปต่ำมากเท่าๆกับตอนนี้และเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นตอนปลายปี 2015  และมีการทยอยปรับขึ้นเรื่อยๆไปจนถึงปี 2019

ดูภาพรวมตลาดหุ้นในช่วงเดียวกัน  จะเห็นว่ามันไม่ได้มีผลอะไรอย่างมีนัยสำคัญ  ภาพระยะยาวตลาดเป็นขาขึ้นชัดๆทั้งที่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในช่วงเดียวกัน  ตลาดหุ้นที่เห็นตกตอนปลายปี 2018 นั่นก็มาจากความกังวลเรื่อง Trade war  ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับอัตราดอกเบี้ย

สิ่งที่อยากให้เข้าใจคือตัวผลประกอบการของบริษัทซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสภาพเศรษฐกิจมีผลต่อราคาหุ้นมากกว่าอัตราดอกเบี้ยแน่ๆ  ดังนั้นสรุปคือผมไม่อยากให้ไปตกใจอะไรกับมันมากครับ

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี

บริษัทแม่กับบริษัทลูกอยู่ในตลาดหุ้นทั้งคู่ ถ้าบริษัทแม่เจ๊งจะมีผลกระทบกับบริษัทลูกมั้ย ?

บริษัทแม่กับบริษัทลูกอยู่ในตลาดหุ้นทั้งคู่ ถ้าบริษัทแม่เจ๊งจะมีผลกระทบกับบริษัทลูกมั้ย ?

คำตอบคือไม่มีผลอะไรครับ  บริษัทลูกไม่ได้มีภาระผูกพันต้องไปชดใช้หนี้สินของบริษัทแม่หรืออะไร

แต่อาจจะมีผลในแง่ว่าบริษัทพวกนี้อาจจะมีรายการระหว่างกันเช่นบริษัทแม่เป็นลูกค้าหลักของบริษัทลูกหรือบริษัทลูกมีการให้บริษัทแม่ยืมเงิน  เช่นอย่าง China Evergrande Group นี่คือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหาใช่มะ  เป็นบริษัทแม่มีอำนาจควบคุมบริษัท Evergrande Property Services Group ซึ่งทำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์  ทั้งสองบริษัทนี้มีหุ้น  พอ China Evergrande Group มีปัญหา  Evergrande Property Services ก็พลอยเดือดร้อนไปด้วยเพราะลูกค้าของบริษัทคือบริษัทแม่ตัวเองซะเยอะประมาณ 31% ของรายได้  เค้ากลัวจะเก็บหนี้ไม่ได้กับรายได้อนาคตจะลด  ไม่ได้กลัวว่าต้องไปใช้หนี้แทน China Evergrande

นอกเหนือจากนั้นก็อาจจะมีผลทางอ้อมกับราคาหุ้นเพราะคนตกใจเฉยๆ  หรือในกรณีที่บริษัทแม่ขายหุ้นบริษัทลูกเพื่อชดใช้หนี้ก็อาจจะทำให้ราคาตกลง

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี

คิดยังไงกับ Omicron ต้องปรับพอร์ตมั้ย ปรับยังไง ?

Our take on Omicron

คิดยังไงกับ Omicron ต้องปรับพอร์ตมั้ย ปรับยังไง ?

ประเด็นเรื่องนี้โดยส่วนตัวผมกังวลสุด  สิ่งที่ผมกังวลคือความเป็นไปได้ที่การปิดการเดินทางหรือปิดธุรกิจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต  จากทั้งโอมิครอนและอาจจะสายพันธุ์บ้าบออื่นๆที่เกิดขึ้นในอนาคต

เท่าที่เห็นคือประเทศที่จำนวนผู้ป่วยเยอะแล้วในอดีตและฉีดวัคซีนได้เยอะอย่างประเทศอังกฤษก็มีจำนวนผู้ป่วยสูงพุ่งขึ้นจากโอมิครอน  นั่นก็แปลว่าเดี่ยวประเทศอื่นซึ่งรวมถึงไทยก็อาจจะมีจำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงอีกละ  เนเธอร์แลนด์อันนี้เรารู้ตามข่าวแล้วว่ามีการปิดธุรกิจ  อังกฤษตอนนี้บอกยังไม่แน่  ต้องรอดูว่าสรุปเคสอาการหนักโอมิครอนมันจะเยอะมั้ย  ไทยเริ่มมีการกันนักท่องเที่ยวละ

ทั้งนี้ต่อให้โอมิครอนคราวนี้อาการไม่หนัก  คนป่วยไม่ล้นโรงพยาบาล  ไม่ต้องปิดธุรกิจหรือปิดก็แค่แปปเดียวเพราะมันระบาดเร็วจัด  แต่อนาคตก็เสี่ยงที่จะมีสายพันธ์ุใหม่ๆโผล่มาก่อกวนได้อีก  และปิดๆเปิดๆมันกระทบต่อธุรกิจมาก  อย่างท่องเที่ยวงี้ตอนนี้ไทยเราเองก็เปลี่ยนนโยบายละ  หุ้นบริษัทที่อยู่ในธุรกิจที่มันต้องให้สถานการณ์ปกติใช้เวลาฟื้นนานก็ดูจะเสียเปรียบมากในเวลานี้

ความเห็นผมในเวลานี้ก็เลยเปลี่ยนไปนิดหน่อยตรงที่เราควรจะลงทุนฉวยโอกาสซื้อหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและราคาตกนะ  แต่ถ้าเป็นไปได้เลือกที่มันกระทบแบบกำไรหดไปเยอะก็พอ  เพราะพวกนี้มันรอได้ไง  กำไรลดจริงแต่ยังมีกำไรอยู่กระแสเงินสดเป็นบวกอยู่ก็รอไปได้เรื่อยๆ  ควรระวังพวกที่โดนโควิดจนถึงกับขาดทุนและกระแสเงินสดติดลบ  พวกนี้มันรอได้จำกัด  ถ้าเกิดมันลากยาวเกินคาดไปมากๆเดี๋ยวต้องกู้เงินเพิ่มออกหุ้นเพิ่มอีกซึ่งจะเดือดร้อนเราถ้าเราถือหุ้นพวกนี้

ความหวังในเวลานี้ดูเหมือนจะเป็นยาละมั้ง  วัคซีนนี่ผมเริ่มไม่แน่ใจละว่ามันจะจบได้จริง  ฉีดเพิ่มไปเรื่อยนะรู้สึก

สรุปผมมองว่าเรายังควรลงทุนอยู่ในหุ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นไปได้คือขยับเข้าไปในหุ้นกลุ่มที่โดนผลของโควิดในระดับที่ไม่ถึงกับขาดทุน  เพื่อให้มันไม่เสี่ยงจนเกินไปเผื่อสถานการณ์ยืดเยื้อเกินคาด  หุ้นพวกนี้ระยะยาวควรให้ผลตอบแทนดีมากทีเดียวเมื่อปัญหาโควิดจบในที่สุดและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเกิดขึ้นเต็มที่

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี

ใช้ P/E หรือ P/BV ดี ?

Use P/E or P/BV

ใช้ P/E หรือ P/BV ดี ?

ถ้าถามผมโดยส่วนตัวคือไม่ได้ซีเรียสกับสองอันนี้เท่าไหร่  แต่อันที่ใช้บ่อยกว่าแน่ๆคือ P/E ครับ  ส่วน P/BV นี่ปกติคือไม่ได้ดูเลย

โดยไอเดียคือทั้งสองอัตราส่วนนี้เค้าพยายามดูว่าหุ้นถูกหรือแพงโดยการเอาราคาของหุ้นไปเทียบกับอะไรซักอย่างของหุ้นนั้น  P/E คือเอาราคาเทียบกับกำไร  ส่วน P/BV คือเอาราคาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น

แต่ที่ผมนิยม P/E มากกว่าเพราะว่า

  • รู้สึกว่าเปรียบเทียบราคาหุ้นกับกำไรที่บริษัททำได้มันดูสมเหตุสมผลกว่า  เพราะวัตถุประสงค์ของบริษัทคือทำธุรกิจให้มีกำไร  มูลค่าของบริษัทก็ควรจะเกี่ยวข้องกับความสามารถในการทำกำไรของบริษัท  มากกว่าจะบอกเกี่ยวข้องกับส่วนของผู้ถือหุ้น
  • เวลาบริษัทขาดทุน P/E เป็นเลขติดลบซึ่งแสดงถึงปัญหา  ในขณะที่ P/BV อาจจะเป็นเลขบวกอยู่

โดยรวมผมเลยไม่ใช้ P/BV ครับ

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี

หุ้นที่มีการซื้อหุ้นคืน วิธีทำประเมินมูลค่า DCF ต้องทำอะไรต่างออกไปมั้ย ?

How do you allow for stock buybacks in DCF?

หุ้นที่มีการซื้อหุ้นคืน วิธีทำประเมินมูลค่า DCF ต้องทำอะไรต่างออกไปมั้ย ?

มีคนถามว่าถ้ากรณีที่บริษัทมีการซื้อหุ้นคืน  มันจะมีผลอะไรกับการหามูลค่าหุ้นด้วย Discounted cash flow หรือเปล่า

ถ้าเราทำ Discounted FCFE หรือ FCFF มันไม่เกี่ยวอยู่ละ  สองวิธีการนั่นสิ่งที่เราคิดลดคือตัว free cash flow หรือคือเงินสดที่สามารถเอามาจ่ายปันผลหรือซื้อหุ้นคืนอยู่แล้ว  การที่บริษัทจะจ่ายปันผลหรือไม่จ่าย  ซื้อหุ้นคืนหรือไม่ได้ซื้อก็เลยไม่มีผลกับการคำนวณทั้งสิ้น

ถ้าเราทำ Discounted Dividend มีผลครับ  คือในแง่นึงการซื้อหุ้นคืนก็เป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นวิธีหนึ่งคล้ายๆกับการจ่ายเป็นปันผลออกมา  แต่ความต่างคือการซื้อหุ้นคืนมันมีผลดีกับผู้ถือหุ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับราคาหุ้นที่บริษัททำการซื้อคืนมา  หมายความว่าสมมติปีนี้บริษัทซื้อหุ้นคืนด้วยเงิน 100 ล้าน  กับปีหน้าก็ซื้อหุ้นคืนด้วยเงิน 100 ล้าน  ผลที่มีต่อผู้ถือหุ้นมันไม่เท่ากัน

แต่ทีนี้ในทางปฏิบัติเราจะเอาผลของการซื้อหุ้นคืนใส่ไปใน Discounted Dividend ยังไง  ผมก็คิดว่าเราทำได้ดีสุดคือทำเหมือนมันเป็นปันผลละกันครับ  ก็คือบวกกับจำนวนเงินที่บริษัทจ่ายเป็นปันผลไปตรงๆเลย  ถือว่าเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นแบบนึง  และเราอาจจะต้องเฉลี่ยการซื้อหุ้นคืนหลายปีหน่อยเพราะในแต่ละปีการซื้อหุ้นคืนมันมักจะต่างกันเยอะในแต่ละปีครับ

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี