มองหาโอกาสในการลงทุนอย่างไร ?

How to look for opportunities?

มองหาโอกาสในการลงทุนอย่างไร ?

มีคนถามว่าปกติผมมองหาโอกาสในการลงทุนอย่างไร

ในฐานะที่เราลงทุนด้วยการเลือกหุ้นรายตัวแบบ Active เนี่ย จุดมุ่งหมายของเราคือทำไงให้ได้ผลตอบที่ดีกว่าสิ่งที่ทำได้จากการลงทุนกองทุน passive

คำถามต่อมาคืออะไรที่จะทำให้เรามีโอกาสตัดสินใจได้ผลลัพธ์ดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดล่ะ แน่นอนโชคมีผลครับ แต่ถ้าจะให้ทำได้ดีกว่าอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานโชคอย่างเดียวอาจจะไม่พอ

ถ้าเราอยากให้ผลลัพธ์ของเราแตกต่างจากค่าเฉลี่ยของตลาด (ไม่ว่าจะแย่กว่าหรือดีกว่า) เราก็ต้องมีการตัดสินใจที่แตกต่างจากคนอื่น และการที่เราจะตัดสินใจแตกต่างจากคนอื่นโดยปกติก็จะมาจากการที่เรามีมุมมองที่แตกต่างจากคนอื่น

สิ่งที่ผมพบก็คือว่าทุกคนสามารถไปลงคอร์สบัญชีหรือการเงิน สอบ CFA อ่านหนังสือเยอะๆ หรือสะสมความรู้เกี่ยวกับการลงทุนได้เหมือนกันหมด แต่จะมีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่สุดท้ายจะมีมุมมองที่แตกต่างไปจากคนอื่น แล้วทำให้การตัดสินใจได้แตกต่างจากคนอื่น และจึงจะมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าคนอื่น สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างนั้นคือความสามารถในการคิดสองชั้น

Terms นี้ผมต้องให้เครดิตนิดนึงว่าผมเอาคำเรียกกระบวนการคิดแบบนี้มาจาก Howard Marks นะครับ

อะไรคือการคิดสองชั้น ?

การคิดสองชั้น พูดง่ายๆคือการคิดไปไกลกว่าตลาดอีกขั้นนึง เป็นการมองข้ามช็อต เช่น

Ex.1
คิดชั้นเดียวบอก “Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจต้องไม่ดีแน่ ขายหุ้นดีกว่า”
ความคิดสองชั้นบอก “ปีหน้าเศรษฐกิจอาจจะไม่ดี แต่มันไม่ใช่ว่าจะไม่ดีตลอดไปนี่ เพราะ Fed ก็ไม่ได้จะขึ้นดอกเบี้ยเรื่อยๆไม่มีเหตุผล ถ้าคนจะแห่ตกใจขายแบบนี้ได้เวลาซื้อของถูกละ ควรจะมองมันเป็นโอกาสนะ”

Ex.2
คิดชั้นเดียวบอก “หุ้น Semiconductor นี้ไม่ดี ผลิตเยอะเกินความจำเป็น กำไรต้องหดแน่นอน ขายๆ”
การคิดสองชั้นบอก “หุ้น Semiconductor ตอนนี้อาจจะไม่ดี ดูเหมือนตอนนี้ผลิตเยอะเกินจริง แต่ทุกคนรู้หมด มีแต่คนแห่กันขาย ในอนาคตอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์มีแต่ความต้องการจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้อาจเป็นโอกาสดีที่จะซื้อธุรกิจที่แนวโน้มเติบโตดีในอนาคตในราคาถูก ควรจะเริ่มมองหาโอกาสซื้อนะ”

Ex.3
คิดชั้นเดียวบอก “ภาคอสังหาจีนดูมีปัญหา หุ้นจีนไม่ดีๆ เป็นปัญหา”
ความคิดสองชั้นบอก “ภาคอสังหาจีนมีปัญหาจริง แต่ไม่ใช่มันจะไม่ดีทั้งประเทศ ถ้าตลาดตกใจเกินเหตุอาจจะหาโอกาสที่ดีได้ เราก็มองไปหาธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบสิ”

จะสังเกตว่าการคิดชั้นเดียวมันตรงไปตรงมา ใครๆก็สามารถทำได้ ทุกคนพูดถึงเหมือนๆกันหมด ส่วนการคิดสองชั้นมันจะซับซ้อนมากขึ้น ต้องทำการบ้านเยอะขึ้น ถามคำถามเยอะขึ้น เช่น

แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจะออกมาหน้าตาแบบไหนได้บ้าง
ในความเห็นเรา เราเชื่อว่าบริษัทจะทำได้ดีหรือไม่ดี
ทำไมเราถึงเชื่อแบบนั้น มีหลักฐานอะไรสนับสนุนบ้าง
แล้วความเห็นส่วนใหญ่คิดว่ายังไง
ความคิดเห็นเราต่างจากของคนส่วนใหญ่มั้ย อย่างไร เพราะอะไร
สภาวะจิตของตลาดช่วงนั้นผิดปกติหรือเปล่า คนกำลังตื่นเต้นหรือตกใจมากเกินไปหรือไม่
แล้วถ้าเกิดเราคาดการณ์ถูก จะเกิดอะไรขึ้น เราทำกำไรอะไรได้มั้ยจากเรื่องนี้

จะเห็นว่า มันเหมือนเวลาเล่นหมากรุกแล้วมองหมากต่อไปข้างหน้าด้วยไม่ใช่แค่หมากตาที่เล่นอยู่เท่านั้น มันจะเป็นเหมือนการลงทุนที่เราคิดไปไกลกว่าสิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญกันอยู่ แล้วลงทุนดักทางไว้ล่วงหน้าก่อนที่คนอื่นจะนึกทัน

และข่าวดีคือ คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบทำอะไรยากๆ ดังนั้นส่วนใหญ่จะอยู่แค่คิดชั้นเดียว การที่มีคนคิดชั้นเดียวเยอะๆ ทำให้คนที่คิดสองชั้นทำกำไรได้เยอะขึ้นมีโอกาสมากขึ้น ดังนั้นสรุปง่ายๆ ถ้าเราจะมีผลลัพธ์ลงทุนกำไรเยอะๆ เราก็ต้องหัดเป็นพวกที่คิดสองชั้นครับ

 

ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
https://www.adisonc.com/

หรือ ทดลองเรียนฟรี