แนวทางจัดพอร์ตกองทุน
ผมก็อยากจะบอกว่าเอาให้ simple สุดคือถือกองทุนหุ้นโลกกับกองทุนตราสารหนี้ไปเลย แต่ตอบแค่นั้นก็ดูจะสั้นไปหน่อยและอาจจะไม่ได้ตรงจริตกับทุกคน ดังนั้นเรามาช่วยกันวาง framework ของเรื่องนี้กันเวลาลงทุนจะได้ไม่หลุด
ผมว่าคุณตั้งกติกาไว้ดังนี้
1. ก่อนอื่นเราเริ่มจากการแบ่งสัดส่วน Asset Allocation ในภาพรวมระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงกับสินทรัพย์ปลอดภัยก่อน อันนี้ก็เช่น 60/40, 70/30, ฯลฯ วิธีการก็เคยพูดไปในวีดิโอก่อนหน้าแล้ว

2. ต่อมา ถามตัวเองว่ามีความชอบหุ้นกลุ่มไหนอะไรเป็นพิเศษมั้ย ถ้ามี ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงเราก็เผื่อ slot ไว้สำหรับ Satellite ในกรณีที่เรามีความชอบในหุ้นกลุ่มไหนหรือประเทศไหนหรืออะไรเป็นพิเศษ กลุ่มนี้อาจจะเป็นการถือยาว 5 ปีหรือสั้นกว่านั้น 2-3 ปีก็ได้ แต่ผมเสนอว่าเราอย่าไปมั่นใจเกิน จำกัดแต่ละ slot ไว้แค่ 10% ของส่วนสินทรัพย์เสี่ยงพอ และพวก satellite นี่จะมีอย่างมาก 4 ไอเดียไม่เกินนี้

3. ที่เหลือในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง เราก็ลงทุนในส่วนที่เป็น Core หรือคือส่วนที่ลงทุนกระจายกลางๆที่เรามั่นใจว่าจะลงทุนไปได้ยาวๆ 20-30 ปีโดยไม่ต้องไปยุ่งเลย อันนี้ก็อาจจะเป็นกองทุนหุ้นโลกหรือกองทุน Developed Market อะไรก็ว่าไป S&P 500 ก็ได้สิ่งสำคัญคือคุณต้องสบายใจที่จะไม่ยุ่งเลยไปยาวมากๆ เนื่องจาก Satellite มีมากสุด 4 ไอเดียก็แปลว่าเราจะมี Core อย่างน้อย 60% ของกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงเสมอ

4. ส่วนกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัย ผมก็คิดว่าเราถือกองทุนตราสารหนี้รวมหรือกองทุนพันธบัตรรัฐบาลโลกไปเลยก็ได้ เอาที่เรารู้สึกว่ามันตรงกับโจทย์ปลอดภัยก็ใช้ได้
5. สำหรับคนที่มีความตั้งใจจะถือตราสารหนี้ยาวหรือ High Yield หรืออะไรเป็นพิเศษอีก ผมว่าถือพวกนั้นไม่เกิน 20% ของส่วนสินทรัพย์ปลอดภัยพอละ อย่าไปบ้ามาก

ถ้าไอเดียผมก็ประมาณนี้แหละครับ
(ปล. ส่วนตัวพอร์ตตัวเองที่เป็นกองทุนผมไม่ได้ strict เท่านี้นะ แต่เป็นเพราะผมถือกองทุน Nasdaq 100, S&P 500 แล้วก็ยุโรป Stoxx 600 แค่นั้นเลย)
ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์ด้วย
สามารถเข้าไปลงทะเบียนทดลองเรียนฟรีได้ที่