เพื่อให้ละเอียดขึ้นอีกนิดนึง ผมมีไปอ่าน research paper ของ Morningstar และอันนี้ผมสรุปใจความคร่าวๆมาให้ แต่ขอให้เข้าใจว่าเค้าอ้างอิงผลตอบแทนของหุ้น U.S. เป็นหลัก
ใน Research paper มีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการถอนแบบต่างๆ ว่าทำอย่างไร รวมถึงศึกษาว่าวิธีการไหนใช้เงินระหว่างเกษียณได้เยอะกว่ากันหรือเหลือกว่ากัน แต่รายละเอียดมันจะเยอะ คนที่มีความสนใจสามารถไป download paper และอ่านเองได้ที่ https://www.morningstar.com/business/insights/research/the-state-of-retirement-income
สรุปแล้วคือผมก็มองว่าอัตราการถอนที่ 4% ก็ดูจะทำตามได้ง่ายและสอดคล้องกับ academic study นะ
ที่เราเห็นเค้าพูดในข่าวนี่เป็นตัวอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวครับ ความกังวลหลักตอนนี้ก็อยู่ที่ U.S. แต่จริงๆ bond yield ประเทศอื่นก็สูงขึ้นเช่นกัน เช่น ญี่ปุ่น, ฝรังเศส โดยไอเดียการที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสูงขึ้น มันแปลว่านักลงทุนในตลาดจะยินดีถือพันธบัตรเหล่านี้ก็ต่อเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งมันก็ตีความหมายได้อยู่สองอย่างหลักๆคือ หนึ่งคนอาจจะเชื่อใจน้อยลงว่ารัฐบาลจะมีเงินมาจ่าย หรือสองคือตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ปัจจุบันดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมานี่ก็ไม่ใช่ถึงกับสูงที่สุดในประวัติศาสตร์หรืออะไรนะ แค่สูงสุดในช่วงสิบปีนี้
แล้วทำไม bond yield ถึงสูงขึ้นช่วงนี้ ?
เข้าใจว่าเรื่องหลักคือรัฐบาลใช้เงินเยอะ อย่าง U.S. ตั้งแต่ทรัมป์เข้าก็มี Big Beautiful Bill อะไรนั่นที่คนคาดว่าจะใช้เงินขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น และสงคราม Iran ก็ด้วย รวมๆแล้วคือคนคิดว่ารัฐบาลที่ก็ขาดดุลเยอะอยู่แล้วจะขาดดุลเยอะไปอีก และต้องกู้เงินเยอะขึ้นไปอีก เสี่ยงที่จะไม่มีเงินจ่ายมากขึ้น นักลงทุนก็เลยต้องการอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเพื่อที่จะยอมถือพันธบัตร
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันก็ยังไม่มีอะไรแหละ Bond yield สูงระดับนี้ในอดีตก็เคยมีอยู่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาระการจ่ายดอกเบี้ยของรัฐบาล U.S. ก็สูงขึ้นกว่าเดิมมากเพราะปริมาณการกู้ยืมมันเยอะขึ้นมากและอัตราดอกเบี้ยก็กำลังสูงขึ้น บวกกับก็ไม่ได้มีวี่แววจะลดการขาดดุลงบประมาณแต่อย่างใด
ความสยองของเรื่องคือ แล้วมันจะถึง critical point เมื่อไหร่ สมมติเราเอาแบบจินตนาการก่อนนะ เป็นไปได้มั้ยที่ประเทศนึงมันจะกู้เงินได้เยอะแบบไม่มีที่สิ้นสุด ถึงเศรษฐกิจจะเข้มแข็งแค่ไหนก็ไม่น่าเป็นไปได้ถูกมะ มันน่าจะมีจุดไหนซักจุดที่เริ่มไม่เวิร์คละ คนก็กังวลว่ามันจะมีจุดนึงที่ความเชื่อมั่นใน U.S. Treasury มันลดไปจนทำให้ cost of borrowing มันสูงเกิน จนทำให้ภาระดอกเบี้ยเยอะเกิน แล้วเลยต้องกู้มากขึ้นไปอีกจนเป็น spiral หรือเปล่า แล้ววันนั้นเศรษฐกิจสหรัฐจะ shock มั้ย อันนี้คือคนกังวลไปข้างหน้าครับ
แล้วสรุปนี่เราควรจะต้องกังวลมั้ย ?
ก็อย่างที่บอกคือควรที่จะต้องกังวลบ้างแหละ เพราะในความเห็นผมคือถึงจุดนึงมันก็จะไม่ sustainable แน่ถึงแม้ความต้องการพันธบัตร U.S. จะสูงมากก็ตาม เพียงแต่ผมไม่คิดว่ามันจะแบบเหมือนปิด-เปิดสวิตช์ที่อยู่ๆมันจะแย่ไปเลย มีเวลาให้ทำ budget reform อะไรก็แล้วแต่ กับที่สำคัญคือเศรษฐกิจ real economy ของ U.S. ก็ยังทำได้ดีมาก ยังเป็นผู้นำใน software และเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังนั้นเลยไม่ค่อยเชื่อว่ามันจะแบบเละเทะอะไรขนาดนั้น
คิดต่างจาก consensus สมมติ AI อ่านเจอว่าบริษัทเจอปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ นักวิเคราะห์และบทความต่างๆก็พูดถึงในทางไม่ดี AI อาจจะสรุปออกมาว่าไม่ดี แต่คนอาจจะมองต่างจาก consensus