สมมติสงครามอิหร่าน-อเมริกายืดเยื้อ ควรจะลงทุนไงดี ?
สหรัฐอเมริกากับอิสราเอลโจมตีอิหร่านดูเหมือนจะทำให้มีการปิดช่องแคบ Hormuz สมมติถ้าเรื่องนี้ยืดเยื้อจะมีผลอะไรและเราควรจะลงทุนกันยังไงต่อ
-
ช่องแคบ Hormuz นี่คืออะไร ?
เป็นทางเดินเรือสำคัญที่ผ่านอิหร่านครับ มีการประมาณว่ามีการขนน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติผ่านช่องแคบนี้ประมาณ 20% ของทั้งโลก ประเทศที่อยู่ในบริเวณอ่าวเปอร์เซียถ้าจะขนส่งน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติออกมาทางเรือก็มาได้ทางนี้ทางเดียว โดยหลักๆจะเป็นการขนส่งมาทางเอเชีย ส่วนที่แคบที่สุดของช่องแคบนี้ผ่านอิหร่าน ทำให้ถ้าอิหร่านจะยิงจรวดใส่หรือโดรนหรือเอาเรือเล็กมาก่อกวนก็สามารถทำได้
-
ใครใช้ช่องแคบนี้บ้าง
ประเทศที่ใช้ช่องทางนี้ส่งน้ำมันก็จะมี Saudi Arabia, United Arab Emirates, Iraq, Kuwait, Qatar, Bahrain และ Iran
-
ปิดช่องแคบแล้วใครเดือดร้อน
พวกประเทศส่งออกก็ต้องเดือดร้อนแน่นอน แต่ประเทศที่นำเข้าน้ำมันก็จะเดือดร้อนด้วยและประเทศอื่นๆก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยเพราะความต้องการน้ำมันมันจะทำให้ราคาน้ำมันโดยรวมทั่วโลกสูงขึ้น มีการคาดการณ์ว่าจะทำให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นถึง 100 เหรียญต่อบาร์เรล แล้วก็จะไปทำให้ค่าครองชีพและสินค้าอื่นๆสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ 100 เหรียญต่อบาร์เรลก็ไม่ได้ว่าสูงเว่อร์ ก่อนหน้านี้ตอนรัสเซียบุกยูเครนก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ราคาน้ำมันสูงเกินนั้นไปแล้ว ดังนั้นจะถึงขั้นทำให้เศรษฐกิจหดตัวอะไรก็ไม่น่าจะมี
อย่างไรก็ดี จะเดือดร้อนก็ต่อเมื่อการปิดช่องแคบเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน ถ้าช่วงสั้นๆก็ไม่ควรจะมีผลอะไร เพราะหลายประเทศก็รู้ก่อนอยู่แล้วว่าอาจจะมีปัญหา ดังนั้นมีการกักตุนหรือเร่งส่งออกไว้ล่วงหน้า
-
ทำไงกับเงินลงทุน
ไม่ควรจะต้องกังวลอะไรมาก โอกาสที่จีนหรือรัสเซียจะเข้ามาร่วมรบบานปลายก็ไม่น่าจะสูง อิหร่านเองไม่มีขีดความสามารถจะสู้กับอิสราเอลและอเมริกาได้ ดังนั้นการสู้รบก็ไม่ควรจะยาวนาน แต่สมมติว่าเกิดยาวหลายเดือนขึ้นมาจริงตามที่ทรัมป์พูด ผลกระทบอย่างมากคือทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ซึ่งก็จะกระทบเศรษฐกิจบ้าง บางประเทศอาจจะเยอะหน่อยอย่างไทย แต่สุดท้ายปัญหาก็จบไปอยู่ดี
ในกรณีที่รู้สึกกังวลมากว่าจะยาวนานแบบสงครามอิรักอิหร่านที่กินเวลา 8 ปี ผมเสนอว่าซื้อพวก Consumer Staple ได้ พวกสินค้าจำเป็นเดือดร้อนน้อยสุดแล้วและควรจะทำได้ดีต่อเนื่อง ถึงแม้เศรษฐกิจจะไม่ดีก็ตาม
ส่วนถ้ารู้สึกตื่นเต้นอยากจะซื้อพวกที่ได้ประโยชน์เช่นหุ้นพลังงานหรือกลุ่มพวกที่ทำด้านอาวุธ ไม่ค่อยแนะนำเพราะตลาดอินกับพวกนี้และราคาน่าจะสูงขึ้น ในขณะที่ถ้าเราเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องชั่วคราวที่ไม่ลากยาวก็ยิ่งไม่ควรเข้าไปซื้อเลย กลับกันถ้ารู้สึกอยากมองหาโอกาสผมว่าซื้อพวกธุรกิจที่เดือดร้อนจากเรื่องนี้แล้วจะฟื้นตอนสงครามจบดีกว่า เช่น สินค้าฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกสินค้าแบรนด์เนมที่เหมือนราคาจะตกลงมา