<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Smart Stock Investmentเมื่อไหร่ถึงควรจะขายหุ้นที่ซื้อไว้? &#8211; Smart Stock Investment</title>
	<atom:link href="https://www.adisonc.com/when-to-sell-an-investment/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.adisonc.com</link>
	<description>หลักสูตรที่ทำให้คุณลงทุนชนะตลาด</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 May 2026 12:00:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://www.adisonc.com/wp-content/uploads/2016/12/cropped-SSI-Logo-1-32x32.png</url>
	<title>เมื่อไหร่ถึงควรจะขายหุ้นที่ซื้อไว้? &#8211; Smart Stock Investment</title>
	<link>https://www.adisonc.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
		<item>
		<title>เมื่อไหร่ถึงควรจะขายหุ้นที่ซื้อไว้?</title>
		<link>https://www.adisonc.com/when-to-sell-an-investment/</link>
		<comments>https://www.adisonc.com/when-to-sell-an-investment/#respond</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Nov 2016 10:25:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.adisonc.com/?p=213</guid>

				<description><![CDATA[ When To Sell An Investment?. <p>ปกติเวลาผมสอนผมมักจะไม่มีโอกาสอธิบายหัวข้อนี้จริงจัง  ทั้งที่อันนี้จะเป็นคำถามที่มักมีคนถามตอนช่วงท้ายๆสัมมนาเกือบทุกรอบ  ก็เลยเดี๋ยวจะตอบไว้บนนี้ละกันครับ โดยภาพรวมแล้ว  ผมว่าการตัดสินใจขายของผมหลักการคล้ายนักลงทุนเน้นคุณค่าทั่วไปแหละ  นั่นคือขายในกรณีเหล่านี้ พลาด พลาดตั้งแต่ตอนวิเคราะห์กิจการเลย เช่น อาจจะเข้าใจลักษณะธุรกิจผิด  เข้าใจความสามารถในการแข่งขันผิดไป  หรือพลาดเรื่องพวกตัวเลขงบการเงินต่างๆ เช่น ลืมดูภาระผูกพันระยะยาวที่นอกงบบัญชี, ลืมเช็คว่ามีออกวอร์แรนต์ไว้เยอะมาก  ฯลฯ พื้นฐานเปลี่ยน อันนี้อาจจะมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เราไม่สามารถคาดการณ์แต่แรก เช่น ในอดีตร้านหนังสืออาจจะดีมาก  แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนละคนซื้อหนังสือน้อยลงหันไปอ่าน e-book  หรือถ้าวันนึงเกิดโลกพบวิธีใช้พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่นแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้มีประสิทธิภาพ  บริษัทน้ำมันก็จบละครับ ราคาสูงเกินไป ราคาที่ขึ้นมาสูงในที่นี้คือเมื่อเทียบกับกำไรของบริษัทและอัตราการเติบโตแล้ว  ไม่คุ้มที่จะถือหุ้นบริษัทนี้ต่อไป มีโอกาสที่ดีกว่าโผล่มา อันนี้ก็ปกติ  โอกาสดีมันโผล่มาเป็นระยะ  ในบางครั้งสมมติเราถือหุ้นบริษัทหนึ่งมาซักระยะ  มีกำไรบ้างแล้วแต่ไม่ถึงกับเต็มศักยภาพของกิจการ  ถ้าบังเอิญมีโอกาสอื่นที่ดีมากๆโผล่มา  บางครั้งผมก็ตัดสินใจขายครับ ทีนี้สิ่งที่เราต้องทำกรณีเจอเหตุการณ์เหล่านี้คือ กรณี 1 พลาดก็ต้องยอมรับว่าพลาด  พิจารณาว่าที่พลาดนี่ส่งผลขนาดไหน  พลาดรุนแรงแบบทำให้การประมาณการที่ทำมาไร้ประโยชน์เลยมั้ย  หรือพลาดแค่ทำให้ผลตอบแทนที่คาดต่ำลง ถ้าพลาดรุนแรงเรื่องการวิเคราะห์ตัวกิจการ  จนเห็นสมควรไม่ต้องทำการประมาณการใหม่  ตัดสินใจขายทิ้งซะ ถ้าพลาดเรื่องการประมาณการ  ลืมทำนู่นนี่นั่น  ตัวเลขผิด ฯลฯ  ให้ทำการประมาณการผลตอบแทนใหม่  แล้วดูว่ารับได้มั้ย  รับไม่ได้ก็ตัดสินใจขายดึงเงินทุนกลับมาเตรียมสำหรับโอกาสต่อไป กรณี 2 พื้นฐานเปลี่ยนรุนแรง  โดยเฉพาะประเภทที่ทำให้มีคู่แข่งกับบริษัทเราเยอะขึ้นเยอะ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com/when-to-sell-an-investment/">เมื่อไหร่ถึงควรจะขายหุ้นที่ซื้อไว้?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com">Smart Stock Investment</a>.</p>
]]></description>
					<content:encoded><![CDATA[<p><em id="gnt_postsubtitle" style="color:#2230ad;font-family:Kanit, Mali, 'Helvetica Neue', Helvetica, Arial, sans-serif;font-size:1.2em;line-height:;font-weight:normal;font-style:italic;"> When To Sell An Investment?</em></p> <p>ปกติเวลาผมสอนผมมักจะไม่มีโอกาสอธิบายหัวข้อนี้จริงจัง  ทั้งที่อันนี้จะเป็นคำถามที่มักมีคนถามตอนช่วงท้ายๆสัมมนาเกือบทุกรอบ  ก็เลยเดี๋ยวจะตอบไว้บนนี้ละกันครับ<span id="more-213"></span></p>
<p>โดยภาพรวมแล้ว  ผมว่า<strong>การตัดสินใจขายของผมหลักการคล้ายนักลงทุนเน้นคุณค่าทั่วไปแหละ</strong>  นั่นคือขายในกรณีเหล่านี้</p>
<ol>
<li>พลาด พลาดตั้งแต่ตอนวิเคราะห์กิจการเลย เช่น อาจจะเข้าใจลักษณะธุรกิจผิด  เข้าใจความสามารถในการแข่งขันผิดไป  หรือพลาดเรื่องพวกตัวเลขงบการเงินต่างๆ เช่น ลืมดูภาระผูกพันระยะยาวที่นอกงบบัญชี, ลืมเช็คว่ามีออกวอร์แรนต์ไว้เยอะมาก  ฯลฯ</li>
<li>พื้นฐานเปลี่ยน อันนี้อาจจะมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เราไม่สามารถคาดการณ์แต่แรก เช่น ในอดีตร้านหนังสืออาจจะดีมาก  แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนละคนซื้อหนังสือน้อยลงหันไปอ่าน e-book  หรือถ้าวันนึงเกิดโลกพบวิธีใช้พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่นแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้มีประสิทธิภาพ  บริษัทน้ำมันก็จบละครับ</li>
<li>ราคาสูงเกินไป ราคาที่ขึ้นมาสูงในที่นี้คือเมื่อเทียบกับกำไรของบริษัทและอัตราการเติบโตแล้ว  ไม่คุ้มที่จะถือหุ้นบริษัทนี้ต่อไป</li>
<li>มีโอกาสที่ดีกว่าโผล่มา อันนี้ก็ปกติ  โอกาสดีมันโผล่มาเป็นระยะ  ในบางครั้งสมมติเราถือหุ้นบริษัทหนึ่งมาซักระยะ  มีกำไรบ้างแล้วแต่ไม่ถึงกับเต็มศักยภาพของกิจการ  ถ้าบังเอิญมีโอกาสอื่นที่ดีมากๆโผล่มา  บางครั้งผมก็ตัดสินใจขายครับ</li>
</ol>
<p><strong><em>ทีนี้สิ่งที่เราต้องทำกรณีเจอเหตุการณ์เหล่านี้คือ</em></strong></p>
<p><strong>กรณี 1</strong></p>
<p>พลาดก็ต้องยอมรับว่าพลาด  พิจารณาว่าที่พลาดนี่ส่งผลขนาดไหน  พลาดรุนแรงแบบทำให้การประมาณการที่ทำมาไร้ประโยชน์เลยมั้ย  หรือพลาดแค่ทำให้ผลตอบแทนที่คาดต่ำลง</p>
<p>ถ้าพลาดรุนแรงเรื่องการวิเคราะห์ตัวกิจการ  จนเห็นสมควรไม่ต้องทำการประมาณการใหม่  ตัดสินใจขายทิ้งซะ</p>
<p>ถ้าพลาดเรื่องการประมาณการ  ลืมทำนู่นนี่นั่น  ตัวเลขผิด ฯลฯ  ให้ทำการประมาณการผลตอบแทนใหม่  แล้วดูว่ารับได้มั้ย  รับไม่ได้ก็ตัดสินใจขายดึงเงินทุนกลับมาเตรียมสำหรับโอกาสต่อไป</p>
<p><strong>กรณี 2</strong></p>
<p>พื้นฐานเปลี่ยนรุนแรง  โดยเฉพาะประเภทที่ทำให้มีคู่แข่งกับบริษัทเราเยอะขึ้นเยอะ  หรือกรณีที่ทำให้สินค้าหรือบริการของบริษัทเราตกยุคไปไม่ต้องใช้แล้ว  อันนี้ขายอย่างด่วน  ตัวอย่างกรณี Digital TV อย่างเนี้ย  คู่แข่งโผล่ตรึม  ไม่รู้ใครจะชนะล่ะ  แต่ถ้าเราถือหุ้น MCOT หรือ BEC  เราต้องรู้ตัวแล้วว่าแบบนี้หลอนแน่นนอน  ยังไงมันต้องมีผลอยู่แล้ว  มันเปิดการแข่งขันเยอะขึ้นเยอะน่ะครับ</p>
<p><strong>กรณี 3</strong></p>
<p>ราคาสูงเกินไป  อันนี้ง่ายนะผมว่า  อย่างปกติผมแนะนำให้ซื้อที่ราคาที่ให้ประมาณการผลตอบแทน 15% ใช่มั้ย  สมมติเราซื้อมาละ  หลายปีต่อมาราคาสูงขึ้นมาเยอะจนเราสงสัยว่ามันจะสูงเกิน  ก็แค่ทำขั้นตอนเดียวกับตอนซื้อมาตอนแรกน่ะครับ  อัพเดทข้อมูลจนถึงปีล่าสุด  แล้วทำการประมาณการผลตอบแทนอีกที  ดูว่าราคาปัจจุบันนี้คาดหวังผลตอบแทนไปในอนาคตกี่ %</p>
<p>อันนี้แล้วแต่คนละ  แต่ผมว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผลตอบแทนที่คาดหวังต่ำเท่ากับหรือต่ำกว่าเงินฝาก  3% นะ  ให้ขายเลยทันที  เพราะแปลว่าซื้อที่ราคาปัจจุบันคาดหวัง 3%  แล้วนักลงทุนจะซื้อไปทำไม  เค้าก็ไปฝากธนาคารไม่ดีกว่าเหรอ  แปลว่าหุ้นตัวนี้ราคาแพงเกินมาเยอะละ</p>
<p><strong>กรณี 4</strong></p>
<p>อันนี้ต้องเปรียบเทียบแล้วล่ะ  สิ่งต้องทำคืออัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันให้เรียบร้อยทั้งหุ้นที่เราถืออยู่  และหุ้นที่เรามองว่าเป็นโอกาสดี  แล้วทำการประมาณการผลตอบแทนของสองอันนี้มาเปรียบเทียบกัน</p>
<p>คำถามคือ  ผลตอบแทนคาดหวังของโอกาสใหม่  ต้องดีกว่าหุ้นเก่ากี่ % เราถึงจะยอมเปลี่ยน</p>
<p>อันนี้ก็แล้วแต่คนอีกน่ะแหละ  ส่วนตัวผมใช้กฎ 7±2% นะ  หมายความว่าโดยปกติถ้าผมจะเปลี่ยนจากหุ้นเดิมที่ดี  ไปยังหุ้นใหม่  เมื่อหุ้นใหม่ผลตอบแทนที่คาดหวังดีกว่าหุ้นเดิม 7%</p>
<p>ที่เขียน ±2%  คือถ้าหุ้นใหม่ลักษณะธุรกิจเข้มแข็งมาก   ผมมีความสบายใจที่จะเป็นเจ้าของมากกว่าหุ้นเดิม  ถ้าผลตอบแทนคาดหวังดีกว่าหุ้นเดิม 5% ผมก็เปลี่ยน  แต่กลับกันสมมติผมว่าหุ้นเดิมลักษณธธุรกิจเข้มแข็งกว่า  ไว้ใจได้มากกว่า  ผลตอบแทนคาดหวังของหุ้นใหม่ต้องดีกว่าหุ้นเดิมอยู่ 9% ผมถึงจะยอมเปลี่ยน</p>
<p>เกณฑ์ของผมที่ใช้ก็ประมาณนี้ครับ  ถ้าเคยเรียนด้วยกันมาแล้วผมว่าพวกคุณรู้แน่นอนว่าผมพูดถึงอะไรอยู่  กรณีที่ท่านผู้อ่านไม่ได้เคยเรียนด้วยกันมาก่อน  ก็ขอให้อ่านเอาเข้าใจคอนเซปการตัดสินใจ  แล้วเอาไปปรับใช้กับวิธีการของแต่ละคนเอาละกันนะครับ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com/when-to-sell-an-investment/">เมื่อไหร่ถึงควรจะขายหุ้นที่ซื้อไว้?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com">Smart Stock Investment</a>.</p>
]]></content:encoded>
			

		<wfw:commentRss>https://www.adisonc.com/when-to-sell-an-investment/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
					</item>
	</channel>
</rss>