เริ่มจากตัว Net income ก่อน ดูว่าในปีนั้นมีรายได้หรือรายจ่ายที่เป็นรายการพิเศษประเภทเกิดครั้งเดียวแล้วไม่น่าจะเกิดอีกหรือเปล่า ตัดพวกนั้นออกให้หมด ถ้าสมมติแค่ตรงนี้ตัวเลขที่ได้ก็เป็นลบละ และยิ่งถ้าเราก็มองว่านี่คือสถานการณ์ปกติแล้วก็ไม่ต้องดูต่อแล้ว
ต่อมาก็ Net non-cash charge ปกติอันนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรตัวหลักก็จะเป็นค่าเสื่อม (depreciation) กับค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Amortization)
Net working capital อันนี้ก็ตรงไปตรงมาไม่น่ามีอะไร ดูว่าไม่มีตัวเลขลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นกับสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเยอะเว่อร์ก็ถือว่าปกติ
Capital expenditure นี่เป็นไปได้ที่มันจะเป็นเลขที่ใหญ่มากในบางปี ดูหลายๆปีหน่อยว่ามันเยอะมากตลอดหรือเปล่า
Net Borrowing ก็ดูว่าปีนี้เป็นปีที่จ่ายคืนเงินต้นก้อนใหญ่หรือเปล่า
สองเหตุการณ์นี้มันทำให้ GDP ตกทั้งคู่แหละอันนี้คงไม่ต้องสงสัย แต่ผมคิดว่าสถานการณ์มันต่างกันตรงที่อันนึงปัญหามาจากทรัพยากรทางเศรษฐกิจถูกเอาไปใช้กับเรื่องไร้ประโยชน์ ในขณะที่อีกอันนึงเป็นปัจจัยภายนอกบังคับให้คนชะลอการใช้จ่าย
อันนี้เป็นคำถามที่ต่อเนื่องมาจากวีดิโอหัวข้อ Discounted Cash Flow มีคนถามว่าตัวเลข required rate of return on equity ที่ใช้คิดลด 13% นั่นมาจากไหน ในวีดิโอนั่นผมสมมติตัวเลขขึ้นมาเฉยๆครับ ในวีดิโอนี้เรามาคุยกันในรายละเอียดเพิ่มเติมว่าตัวเลขนี้เอามาจากไหน
สาระสำคัญของตัว required rate of return on equity คือมันเป็นอัตราผลตอบแทนที่ต่ำที่สุดที่นักลงทุนควรจะคาดหวังได้เพื่อให้ยินดีที่จะถือหุ้นนั้นๆ ซึ่งมันก็ควรจะสอดคล้องกับระดับของความเสี่ยงของการถือหุ้นนั้นๆว่างั้นเถอะ ปกติก็จะมีวิธีหลักๆคือ CAPM กับ Multifactor model
CAPM
หลักการของ CAPM ก็คือบอกว่า
required rate of return on equity = Risk free rate + (Equity risk premium x Beta)
จะเห็นได้ว่าการหา required rate of return on equity เอาจริงๆก็ไม่ได้มีวิธีการเดียวที่ชัดเจนขนาดนั้น ดังนั้นก็อย่างที่บอกแหละว่าการประมาณมูลค่าของบริษัทยังไงมันก็ไม่มีวิธีไหนแม่น เราต้องเข้าใจข้อจำกัดมันและใช้มันให้ถูกต้องในฐานะเครื่องมือในการกะอย่างคร่าวๆครับ
ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ
หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂
คุณพ่อผมใช้ Average P/E ของทั้ง SET ย้อนหลัง 10 ปีเป็นตัววัด และเกณฑ์คือถ้า P/E ปัจจุบันของ SET ต่ำกว่า Average P/E นั้นเค้าจะเริ่มซื้อกองทุนดัชนี SET และจะเริ่มซื้อมากขึ้นแบบ accelerated ถ้ายิ่ง P/E ปัจจุบันต่ำกว่า Average P/E เยอะขึ้นเรื่อยๆ