Framework การวิเคราะห์ Moat

Framework การวิเคราะห์ Moat

ก่อนอื่นเผื่อคนไม่คุ้น ที่เค้าพูดถึง Moat หรือ Durable Competitive Advantage นี่ก็คือคอนเซปต์ว่าบริษัทบางบริษัทมีความได้เปรียบบางอย่างที่ทำให้คนอื่นเข้ามาแข่งขันได้ยาก ทำให้บริษัทสามารถเติบโตและมีกำไรได้ดีกว่าทั่วไป และโดยไอเดียก็คือเราควรจะเล็งซื้อบริษัทกลุ่มนี้

ผมคิดว่าการวิเคราะห์เรื่อง Moat น่าจะทำได้แบบเดียว ไม่แน่ใจว่ามันจะเรียก framework หรือเปล่า วิธีก็คือเราก็ทำความเข้าใจที่มาของความได้เปรียบว่ามีแบบไหนบ้างก่อน แล้วก็อ่านว่าบริษัททำอะไร จากนั้นก็พยายามดูว่าบริษัทมันเข้าข่ายว่าจะมีความได้เปรียบเรื่องอะไรหรือเปล่า และต้องเข้าใจว่าบริษัทไม่ได้จำเป็นต้องมีความได้เปรียบแบบเดียว บางบริษัทอาจจะได้เปรียบหลายแบบด้วย

ที่มาความได้เปรียบมันจะมีประมาณ 5-6 แบบ ประมาณนี้
1. Brand จุดตัดสำคัญก็คือยี่ห้อพวกนี้ต้องทำให้คนยอมซื้อแพงกว่าปกติ หรือไม่ก็ซื้อซ้ำๆ ตัวอย่างเช่นการบินไทยอันนี้ก็ไม่เวิร์ค คนรู้จักเยอะไม่ได้แปลว่าคนยินดีจ่าย Hermes คนยอมซื้อแพงผิดปกติ ยี่ห้อที่ไม่แพงแต่คนซื้อก็มีเช่น Beiersdorf (Nivea, Eucerin)

2. สิทธิบัตร, ทรัพย์สินทางปัญญา จุดตัดสำคัญก็คือไม่ได้มีทางเลือกอื่นเยอะ กับอาจจะต้องระวังพวกบริษัทที่พึ่งพาสิทธิบัตรเรื่องเดียว ตัวอย่างเช่นอย่างบริษัทยา Novo Nordisk, Eli Lilly หรือพวกเทคโนโลยีเช่นจรวจ, เครื่องบิน, ASML หรือบางทีก็อาจจะแค่ดัชนีหุ้น เช่น MSCI

3. สัมปทาน, ใบอนุญาต จุดตัดสำคัญคือไม่มีหลายใบจัด ตัวอย่างก็น่าจะอย่างประกันภัยบ้านเรานี่ก็ต้องมีใบอนุญาต แต่ด้วยความมีเยอะจัดประเด็นเรื่องใบอนุญาตก็ไม่ได้ช่วยทำให้ได้เปรียบอะไร

4. ได้เปรียบต้นทุน จุดตัดก็จะเป็นตามชื่อคือต้องมีความได้เปรียบต้นทุนด้วยเหตุอะไรซักอย่าง อาจจะเพราะทำเลที่ตั้ง หรือไม่ก็เพราะมีขนาดใหญ่มากจนคู่แข่งจะเข้ามาต้องลงทุนเยอะๆ ตัวอย่างก็อย่างเช่นผลิตน้ำมันได้ถูกกว่า เช่น Saudi Aramco เหมืองหิน เช่น Vulcan Materials ขายปลีกเช่น Costco

5. ต้นทุนการเปลี่ยนเจ้า จุดตัดคือต้องดูว่าการเปลี่ยนมันยากอะไรซักอย่าง เช่น Bloomberg เป็นต้น

6. พลังของเครือข่าย จุดตัดคือยิ่งคนใช้เยอะยิ่งทำให้สินค้าน่าสนใจมากขึ้น เช่นตลาด, platform ต่างๆ, ฯลฯ อันนี้ต้องระวังอย่าไปเข้าใจว่าทุกบริษัทเทคโนโลยีหรือซอฟท์แวร์ที่ดูทำออนไลน์จะมีพลังของเครือข่ายหมด ตัวอย่าง เช่น DocuSign

เมื่อเข้าใจคอนเซปต์ของที่มาความได้เปรียบแล้ว ผมแนะนำว่าที่เหลือก็คือไปศึกษาบริษัทต่างๆ แล้วพยายามเอาทฤษฎีไปลองใช้พิจารณา เวลาไปอ่านเกี่ยวกับบริษัทที่เราสนใจ พยายามเทียบดูว่าบริษัทเหล่านั้นมันน่าจะเข้าข่ายอันไหนมั้ย แล้วสมมติว่าคิดว่าเข้าข่ายได้เปรียบก็พยายามหาหลักฐานประกอบว่ามันมีอะไรบ่งชี้ว่าได้เปรียบจริงมั้ย การที่บังคับให้ต้องหาหลักฐานประกอบก็จะทำให้เราฉุกคิดมากขึ้นไปในตัวครับ