หุ้นดีราคาตกนิดหน่อย VS หุ้นพอใช้ราคาตกเยอะ

หุ้นดีราคาตกนิดหน่อย VS หุ้นพอใช้ราคาตกเยอะ

มีคนถามว่าสมมติต้องเลือกระหว่างหุ้นที่เข้มแข็งมากแต่ราคาลงไม่เยอะกับหุ้นที่พอใช้ได้แต่ราคาลงรุนแรง อันไหนน่าลงทุนกว่ากัน

เพื่อความเข้าใจตรงกัน บางทีเวลาเราบอกว่าเราซื้อบริษัทที่ดีธุรกิจมีความเข้มแข็ง เอาเข้าจริงในหมู่ธุรกิจที่มันเข้มแข็งก็มีที่มันเข้มแข็งมากน้อยต่างกันไป พวกที่เข้มแข็งมากในที่นี้ผมจะหมายถึงบริษัทที่มันได้เปรียบมากมีคู่แข่งน้อย เช่น Alphabet (Google), AOT, TSMC, ฯลฯ ส่วนพวกที่พอใช้ได้นี่ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นบริษัทที่ทำได้แย่นะ เป็นบริษัทที่ทำได้ดีแหละแต่อาจจะไม่เข้มแข็งเท่า เช่น Nike, Hershey, ฯลฯ เวลาหุ้นตกในวงกว้างส่วนใหญ่พวกที่เข้มแข็งมากก็จะตกแหละแต่อาจจะตกไม่เยอะ 20-30% แต่กลุ่มพอใช้ได้ราคาตกถึง 40-50% ก็จะพบได้บ่อยกว่า

ทีนี้ถ้าต้องเลือกระหว่างบริษัทที่เข้มแข็งมากราคาตกไม่เยอะกับบริษัทที่เข้มแข็งกลางๆแต่ราคาตกเยอะ เรื่องนี้ผมก็เคยสงสัยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ไปหาคำตอบอะไรนะครับก็ลองซื้อมันไปทั้งสองแบบแหละ สิ่งที่เจอส่วนตัวคือซื้อบริษัทที่เข้มแข็งมากแต่ราคาตกไม่เยอะดีกว่า เพราะต้องอย่าลืมว่าเวลาหุ้นมันตกเยอะๆนี่มันมักจะมีปัญหาอะไรซักอย่างเกิดขึ้น บางทีก็ปัญหากระทบกว้างๆหลายบริษัทหรือบางทีก็เฉพาะธุรกิจบางอย่าง ในสถานการณ์แบบนั้นบริษัทที่เข้มแข็งมากมีโอกาสจะ surprise เราไปในทางที่ดีกว่าที่คาดเยอะกว่า ในขณะที่พวกที่กลางๆนี่ผมพบว่าบางทีมันมีโอกาสจะ surprise ไปทางที่แย่ได้มากกว่า

แต่อันนั้นมันสิ่งที่เจอส่วนตัว อาจจะ bias ก็ได้ ผมก็เลยพยายามนึกดูว่ามันจะมีหลักฐานอะไรอื่นมั้ย ก็นึกขึ้นได้ว่าเราใช้กองทุนที่ลงทุนแบบ value factor กับ quality factor เทียบกันก็น่าจะพอใช้ได้ value factor ของ MSCI จะเน้น Book Value to Price, 12-month Forward Earnings to Price และ Dividend Yield ส่วน quality factor เค้าจะเน้น ROE สูง, กำไรเติบโตปีต่อปีสม่ำเสมอ และหนี้น้อย ซึ่งผลก็ออกมาแบบนี้ครับ

ลงทุนเอียงไปฝั่ง Quality Factor ทำได้ดีกว่าเยอะเลย และดูจะทำได้ดีกว่าในทุกช่วงทั้งเร็วๆนี้และย้อนหลังไปยาวๆ ดังนั้นผมคิดว่าก็สรุปได้แล้วแหละ ถ้าต้องเลือกระหว่างหุ้นเข้มแข็งมากราคาตกนิดเดียวกับหุ้นพอใช้ราคาตกเยอะ เลือกพวกเข้มแข็งมากไว้ก่อนดีกว่าครับ ส่วนตัววันนี้ผมก็ปรับมาทางนี้เหมือนกันครับ P/E มันจะดูสูงหน่อย ถ้าไม่ชินก็ต้องพยายามทำใจนิดนึง