<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Smart Stock Investmentประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียม &#8211; Smart Stock Investment</title>
	<atom:link href="https://www.adisonc.com/types-of-trading-account-and-fees/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.adisonc.com</link>
	<description>หลักสูตรที่ทำให้คุณลงทุนชนะตลาด</description>
	<lastBuildDate>Mon, 04 May 2026 12:00:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://www.adisonc.com/wp-content/uploads/2016/12/cropped-SSI-Logo-1-32x32.png</url>
	<title>ประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียม &#8211; Smart Stock Investment</title>
	<link>https://www.adisonc.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
		<item>
		<title>ประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียม</title>
		<link>https://www.adisonc.com/types-of-trading-account-and-fees/</link>
		<comments>https://www.adisonc.com/types-of-trading-account-and-fees/#respond</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Nov 2016 09:13:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.adisonc.com/?p=142</guid>

				<description><![CDATA[Types of Trading Account and Fees. <p>ในการขอเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น  เค้าจะมีช่องให้เลือกว่าจะเปิดบัญชีประเภทไหน  ทีนี้ชื่อมันจะคล้ายๆกันและทำให้คนจำนวนมากสับสน  ในหัวข้อนี้ผมจะอธิบายแต่ละประเภทเพื่อให้เข้าใจว่ามันต่างกันอย่างไร บัญชีเงินสด (Cash Account) เป็นบัญชีที่เวลาเราสั่งซื้อเราต้องมีเงินหรือหลักประกันเป็นหุ้นอยู่ในบัญชีแค่ 15% ของมูลค่าที่ซื้อ  แล้วหลังจากนั้น 3 วันถึงจะต้องมีเงินสดในบัญชีจริง  และเวลาขายก็คล้ายๆกันคือถ้าสั่งขายวันนี้  จะได้เงินอีกที 3 วันหลังจากวันที่สั่งขาย  หุ้นที่อยู่ในพอร์ตก็นับเป็นหลักประกันแบบเดียวกันตามมูลค่าในวันที่เราสั่งซื้อ หลักๆมันจะมีประโยชน์อยู่สองอย่าง  อย่างแรกสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างไม่สะดวกจะไปโอนเงินและไม่ต้องการจะทิ้งเงินสดไว้ในบัญชีหุ้นเยอะๆ  กรณีที่เกิดจะซื้อหุ้นขึ้นมากระทันหันก็จะสามารถสั่งซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องวิ่งไปโอนเงินหรือพลาดโอกาสไป หรือแบบที่สองจะเป็นสำหรับคนที่ซื้อขายเก็งกำไรวันต่อวัน  เนื่องจากถ้าคุณซื้อและขายในวันเดียวกัน  เค้าจะไปทำรายการรวมกันทีเดียว 3 วันหลังจากนั้นและคำนวณเป็นส่วนต่างให้เลย  แปลว่าคุณเหมือนคุณซื้อขายหลักทรัพย์ได้จำนวนมากโดยที่คุณใช้เงินเป็นหลักประกันแค่ 15% ของมูลค่าจริง  เช่นสมมติคุณมีเงินหลักประกัน 15,000 บาท  และจริงๆคุณก็มีเงินทั้งหมดเท่านี้แหละ  แต่ด้วยบัญชีประเภทนี้คุณสามารถสั่งซื้อหุ้นมูลค่า 100,000 บาทได้  สมมติราคาหุ้นสุดท้ายตอนขายเพิ่มขึ้น 5% มูลค่าขายเป็น 105,000 บาท  คุณจะเหมือนได้กำไร 5,000 บาท  คิดเป็น 33% จาก 15,000 บาท  (ยังไม่หักค่าบริการ)  แต่ส่วนตัวผมไม่สนับสนุนการซื้อๆขายๆรายวันแนวเก็งกำไร บัญชีเงินฝาก (Cash Balance Account) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com/types-of-trading-account-and-fees/">ประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com">Smart Stock Investment</a>.</p>
]]></description>
					<content:encoded><![CDATA[<p><em id="gnt_postsubtitle" style="color:#2230ad;font-family:Kanit, Mali, 'Helvetica Neue', Helvetica, Arial, sans-serif;font-size:1.2em;line-height:;font-weight:normal;font-style:italic;">Types of Trading Account and Fees</em></p> <p>ในการขอเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น  เค้าจะมีช่องให้เลือกว่าจะเปิดบัญชีประเภทไหน  ทีนี้ชื่อมันจะคล้ายๆกันและทำให้คนจำนวนมากสับสน  ในหัวข้อนี้ผมจะอธิบายแต่ละประเภทเพื่อให้เข้าใจว่ามันต่างกันอย่างไร</p>
<ol>
<li>
<h3>บัญชีเงินสด (Cash Account)</h3>
</li>
</ol>
<p>เป็นบัญชีที่เวลาเราสั่งซื้อเราต้องมีเงินหรือหลักประกันเป็นหุ้นอยู่ในบัญชีแค่ 15% ของมูลค่าที่ซื้อ  แล้วหลังจากนั้น 3 วันถึงจะต้องมีเงินสดในบัญชีจริง  และเวลาขายก็คล้ายๆกันคือถ้าสั่งขายวันนี้  จะได้เงินอีกที 3 วันหลังจากวันที่สั่งขาย  หุ้นที่อยู่ในพอร์ตก็นับเป็นหลักประกันแบบเดียวกันตามมูลค่าในวันที่เราสั่งซื้อ</p>
<p>หลักๆมันจะมีประโยชน์อยู่สองอย่าง  อย่างแรกสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างไม่สะดวกจะไปโอนเงินและไม่ต้องการจะทิ้งเงินสดไว้ในบัญชีหุ้นเยอะๆ  กรณีที่เกิดจะซื้อหุ้นขึ้นมากระทันหันก็จะสามารถสั่งซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องวิ่งไปโอนเงินหรือพลาดโอกาสไป</p>
<p>หรือแบบที่สองจะเป็นสำหรับคนที่ซื้อขายเก็งกำไรวันต่อวัน  เนื่องจากถ้าคุณซื้อและขายในวันเดียวกัน  เค้าจะไปทำรายการรวมกันทีเดียว 3 วันหลังจากนั้นและคำนวณเป็นส่วนต่างให้เลย  แปลว่าคุณเหมือนคุณซื้อขายหลักทรัพย์ได้จำนวนมากโดยที่คุณใช้เงินเป็นหลักประกันแค่ 15% ของมูลค่าจริง  เช่นสมมติคุณมีเงินหลักประกัน 15,000 บาท  และจริงๆคุณก็มีเงินทั้งหมดเท่านี้แหละ  แต่ด้วยบัญชีประเภทนี้คุณสามารถสั่งซื้อหุ้นมูลค่า 100,000 บาทได้  สมมติราคาหุ้นสุดท้ายตอนขายเพิ่มขึ้น 5% มูลค่าขายเป็น 105,000 บาท  คุณจะเหมือนได้กำไร 5,000 บาท  คิดเป็น 33% จาก 15,000 บาท  (ยังไม่หักค่าบริการ)  แต่ส่วนตัวผมไม่สนับสนุนการซื้อๆขายๆรายวันแนวเก็งกำไร</p>
<ol start="2">
<li>
<h3>บัญชีเงินฝาก (Cash Balance Account)</h3>
</li>
</ol>
<p>บัญขีนี้เข้าใจง่ายครับ  เวลาเราสั่งซื้อเราต้องมีเงินฝากไว้ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ 100% ของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ซื้อ  ถ้าเราไม่มีเงินในบัญชีอยู่เราจะสั่งซื้อไม่ได้  เวลาโอนเงินเข้าบัญชีถ้าเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของธนาคารปกติแล้วจะสามารถสั่งซื้อขายได้ในทันที  แต่ถ้าเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่ได้เป็นเครือธนาคารปกติใช้เวลาไม่เกิน 1 ชม.ก็จะซื้อขายได้  เข้าใจว่าในอนาคตก็น่าจะได้ทันทีเหมือนเครือธนาคาร</p>
<ol start="3">
<li>
<h3>บัญชีเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance Account)</h3>
</li>
</ol>
<p>อันนี้เป็นบัญชีที่เหมือนคุณยืมเงินบริษัทหลักทรัพย์มาซื้อหุ้น  โดยที่คุณจ่ายส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเพิ่มเติมด้วย  แต่บัญชีนี้ปกติแล้วเค้าไม่อนุมัติเปิดให้แล้ว  ดังนั้นจึงไม่ต้องสนใจอะไร</p>
<ol start="4">
<li>
<h3>บัญชีซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (Derivatives Trading Account)</h3>
</li>
</ol>
<p>บัญชีนี้ใช้สำหรับซื้อขาย Futures หรือ Options ซึ่งเป็นลักษณะสัญญาที่ราคาอ้างอิงตามหลักทรัพย์</p>
<ol start="5">
<li>
<h3>บัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ (Global Trade Account)</h3>
</li>
</ol>
<p>ตามชื่อครับ  เอาไว้ซื้อหุ้นในตลาดต่างประเทศ  แต่ละบริษัทหลักทรัพย์ไปลงทุนได้ตลาดไม่เหมือนกันแล้วแต่ว่ามีการติดต่อไว้หรือไม่</p>
<p style="text-align: center;"><strong>อัตราค่าคอมมิชชั่นของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แต่ละประเภท</strong></p>
<table style="height: 301px;" width="823">
<tbody>
<tr>
<td width="208"></td>
<td style="text-align: center;" width="208"><strong>ให้มาร์เก็ตติ้งทำ</strong></td>
<td width="208">
<p style="text-align: center;"><strong>จัดการเอง</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="208"><strong>บัญชีเงินสด</strong></td>
<td width="208">
<p style="text-align: center;">0.25%</p>
</td>
<td width="208">
<p style="text-align: center;">0.2%</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="208"><strong>บัญชีเงินฝาก</strong></td>
<td width="208">
<p style="text-align: center;">0.2%</p>
</td>
<td width="208">
<p style="text-align: center;">0.15%</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="208"><strong>บัญชีซื้อขายตราสารอนุพันธ์</strong></td>
<td width="208">
<p style="text-align: center;">แล้วแต่ประเภทสัญญา</p>
</td>
<td width="208">
<p style="text-align: center;">แล้วแต่ประเภทสัญญา</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="208"><strong>บัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ</strong></td>
<td width="208">
<p style="text-align: center;">แล้วแต่ประเทศ</p>
</td>
<td width="208">
<p style="text-align: center;">แล้วแต่ประเทศ</p>
<p style="text-align: center;">(บางประเทศสั่งซื้อเองไม่ได้)</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com/types-of-trading-account-and-fees/">ประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com">Smart Stock Investment</a>.</p>
]]></content:encoded>
			

		<wfw:commentRss>https://www.adisonc.com/types-of-trading-account-and-fees/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
					</item>
	</channel>
</rss>