<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Smart Stock Investmentซื้อหุ้นคือการซื้อธุรกิจ &#8211; Smart Stock Investment</title>
	<atom:link href="https://www.adisonc.com/to-buy-stock-is-to-buy-a-piece-of-a-company/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.adisonc.com</link>
	<description>หลักสูตรที่ทำให้คุณลงทุนชนะตลาด</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 May 2026 12:00:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://www.adisonc.com/wp-content/uploads/2016/12/cropped-SSI-Logo-1-32x32.png</url>
	<title>ซื้อหุ้นคือการซื้อธุรกิจ &#8211; Smart Stock Investment</title>
	<link>https://www.adisonc.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
		<item>
		<title>ซื้อหุ้นคือการซื้อธุรกิจ</title>
		<link>https://www.adisonc.com/to-buy-stock-is-to-buy-a-piece-of-a-company/</link>
		<comments>https://www.adisonc.com/to-buy-stock-is-to-buy-a-piece-of-a-company/#respond</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Nov 2016 10:17:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.adisonc.com/?p=204</guid>

				<description><![CDATA[To Buy Stock Is To Buy A Piece of A Company. <p>ถ้าผมคิดได้แบบนี้ตั้งแต่ตอนเริ่มลงทุน  วันนี้จะรวยกว่านี้เยอะเลย  ในอดีตยอมรับว่าเคยเห็นหุ้นเป็นตัวเลขวิ่งๆบนกระดานเหมือนกัน  อารมณ์คล้ายๆกับไฮโลเลยนะ  แต่วันนี้กลับตัวละก็เลยอยากเขียนอะไรให้เรานึกเล่นๆ จริงอยู่ที่ในช่วงระยะสั้นราคาหุ้นขึ้นกับมุมมองตลาด แต่คุณว่าคนเราจะบ้าได้ซักกี่ปี ผมเรียนไฟแนนซ์มาเนอะ  เราก็จะมีรุ่นพี่และอาจารย์ที่อยู่ในสายงานนี้พอสมควร  ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเออตลาดหุ้นนี่มันไม่ได้เป็นตามทฤษฎีนะ  บางทีหุ้นของกิจการที่ดีราคาตกก็มี  หรือบางทีกิจการแย่ๆเดี๋ยวราคาขึ้นแล้วขึ้นอีกก็มี  ซึ่งพอผมเริ่มลงทุนช่วงแรกก็เห็นแบบนั้น  และเชื่อว่าคุณผู้อ่านก็น่าจะเคยเห็นเหมือนกัน แต่พอศึกษาดูดีๆภายหลังผมพบว่า  ในระยะยาวแล้วราคาหุ้นมันขึ้นหรือลงเป็นไปตามผลประกอบการของบริษัท ไปลองพิสูจน์ดูด้วยตัวเองครับ  ลองเปิดกราฟราคาหุ้นตัวไหนก็ได้ย้อนหลังซักอย่างน้อย 10 ปี (www.morningstar.com  มีให้ดูย้อน)  แล้วดูเทียบกับกำไรสุทธิช่วงเดียวกัน  มันจะเห็นชัดมากว่าสองกราฟนี้เคลื่อนไหวทิศทางเดียวกัน ซึ่งมาลองคิดดูก็ไม่น่าแปลกใจ  สมมติง่ายๆลองนึกตาม กิจการที่ไม่ดี ช่วงสั้นๆถ้าคนมีทัศนคติดีราคาก็อาจจะขึ้นไปได้  แต่ถ้ากิจการขาดทุนมากขึ้น  ขาดทุนหนักขึ้นเรื่อยๆปีแล้วปีเล่า  คุณว่าคนจะทัศนคติดีได้ซักกี่ปี ในทางกลับกัน กิจการที่ดี  ต่อให้ช่วงนี้คนทัศนคติไม่ดีไม่ชอบราคาตก  แต่ถ้ากิจการกำไรดีขึ้นปันผลมากขึ้น  กำไรดีขึ้นปันผลมากขึ้นเรื่อยๆปีแล้วปีเล่า  คุณว่าคนจะทัศนคติไม่ดีได้ซักกี่ปี มันแล้วแต่เราเลือก เรากำลังลงทุนเอาสนุก  หรือเราลงทุนเอากำไรเยอะๆ เราเลือกได้ว่าจะลงทุนแบบไหนเพราะมันเงินของเรา ลงทุนหวังผลระยะสั้น  ลงทุนลักษณะนี้ต้องเข้าใจว่าอารมณ์ตลาดและทัศนคติของคนเป็นปัจจัยหลัก  ดังนั้นวิธีการลงทุนก็คือพยายามจะเดาใจคนอื่น  ถามหลักๆเลยคืออาทิตย์หน้าหรือเดือนหน้า  ราคาหุ้นนี้จะขึ้นหรือลง  คนอื่นจะอยากซื้อหรืออยากขาย  เน้นจิตวิทยาเป็นหลัก ลงทุนหวังผลระยะยาว  ลงทุนลักษณะนี้ต้องเข้าใจว่าผลประกอบการของกิจการเป็นปัจจัยหลัก  วิธีการลงทุนก็คือพยายามเดาทิศทางของธุรกิจ  ถามหลักๆเลยคือบริษัทนี้อย่างน้อย 4-5 ปีข้างหน้า  จะทำกำไรได้ดีขึ้นหรือแย่ลง  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com/to-buy-stock-is-to-buy-a-piece-of-a-company/">ซื้อหุ้นคือการซื้อธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com">Smart Stock Investment</a>.</p>
]]></description>
					<content:encoded><![CDATA[<p><em id="gnt_postsubtitle" style="color:#2230ad;font-family:Kanit, Mali, 'Helvetica Neue', Helvetica, Arial, sans-serif;font-size:1.2em;line-height:;font-weight:normal;font-style:italic;">To Buy Stock Is To Buy A Piece of A Company</em></p> <p>ถ้าผมคิดได้แบบนี้ตั้งแต่ตอนเริ่มลงทุน  วันนี้จะรวยกว่านี้เยอะเลย  ในอดีตยอมรับว่าเคยเห็นหุ้นเป็นตัวเลขวิ่งๆบนกระดานเหมือนกัน  อารมณ์คล้ายๆกับไฮโลเลยนะ  แต่วันนี้กลับตัวละก็เลยอยากเขียนอะไรให้เรานึกเล่นๆ<span id="more-204"></span></p>
<ol>
<li>
<h3>จริงอยู่ที่ในช่วงระยะสั้นราคาหุ้นขึ้นกับมุมมองตลาด แต่คุณว่าคนเราจะบ้าได้ซักกี่ปี</h3>
</li>
</ol>
<p>ผมเรียนไฟแนนซ์มาเนอะ  เราก็จะมีรุ่นพี่และอาจารย์ที่อยู่ในสายงานนี้พอสมควร  ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเออตลาดหุ้นนี่มันไม่ได้เป็นตามทฤษฎีนะ  บางทีหุ้นของกิจการที่ดีราคาตกก็มี  หรือบางทีกิจการแย่ๆเดี๋ยวราคาขึ้นแล้วขึ้นอีกก็มี  ซึ่งพอผมเริ่มลงทุนช่วงแรกก็เห็นแบบนั้น  และเชื่อว่าคุณผู้อ่านก็น่าจะเคยเห็นเหมือนกัน</p>
<p>แต่พอศึกษาดูดีๆภายหลังผมพบว่า  ในระยะยาวแล้วราคาหุ้นมันขึ้นหรือลงเป็นไปตามผลประกอบการของบริษัท</p>
<p>ไปลองพิสูจน์ดูด้วยตัวเองครับ  ลองเปิดกราฟราคาหุ้นตัวไหนก็ได้ย้อนหลังซักอย่างน้อย 10 ปี (<a href="http://www.morningstar.com">www.morningstar.com</a>  มีให้ดูย้อน)  แล้วดูเทียบกับกำไรสุทธิช่วงเดียวกัน  มันจะเห็นชัดมากว่าสองกราฟนี้เคลื่อนไหวทิศทางเดียวกัน</p>
<p>ซึ่งมาลองคิดดูก็ไม่น่าแปลกใจ  สมมติง่ายๆลองนึกตาม</p>
<ul>
<li>กิจการที่ไม่ดี ช่วงสั้นๆถ้าคนมีทัศนคติดีราคาก็อาจจะขึ้นไปได้  แต่ถ้ากิจการขาดทุนมากขึ้น  ขาดทุนหนักขึ้นเรื่อยๆปีแล้วปีเล่า  คุณว่าคนจะทัศนคติดีได้ซักกี่ปี</li>
<li>ในทางกลับกัน กิจการที่ดี  ต่อให้ช่วงนี้คนทัศนคติไม่ดีไม่ชอบราคาตก  แต่ถ้ากิจการกำไรดีขึ้นปันผลมากขึ้น  กำไรดีขึ้นปันผลมากขึ้นเรื่อยๆปีแล้วปีเล่า  คุณว่าคนจะทัศนคติไม่ดีได้ซักกี่ปี</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h3>มันแล้วแต่เราเลือก เรากำลังลงทุนเอาสนุก  หรือเราลงทุนเอากำไรเยอะๆ</h3>
</li>
</ol>
<p>เราเลือกได้ว่าจะลงทุนแบบไหนเพราะมันเงินของเรา</p>
<p>ลงทุนหวังผลระยะสั้น  ลงทุนลักษณะนี้ต้องเข้าใจว่าอารมณ์ตลาดและทัศนคติของคนเป็นปัจจัยหลัก  ดังนั้นวิธีการลงทุนก็คือพยายามจะเดาใจคนอื่น  ถามหลักๆเลยคืออาทิตย์หน้าหรือเดือนหน้า  ราคาหุ้นนี้จะขึ้นหรือลง  คนอื่นจะอยากซื้อหรืออยากขาย  เน้นจิตวิทยาเป็นหลัก</p>
<p>ลงทุนหวังผลระยะยาว  ลงทุนลักษณะนี้ต้องเข้าใจว่าผลประกอบการของกิจการเป็นปัจจัยหลัก  วิธีการลงทุนก็คือพยายามเดาทิศทางของธุรกิจ  ถามหลักๆเลยคือบริษัทนี้อย่างน้อย 4-5 ปีข้างหน้า  จะทำกำไรได้ดีขึ้นหรือแย่ลง  ลักษณะการแข่งขันจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้  เน้นตัวกิจการเป็นหลัก</p>
<p><strong>โดยส่วนตัวผมสรุปข้อดีของสองแบบนี้ไว้ดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>ลงทุนสั้นสนุกกว่า ตื่นเต้นกว่ากันเยอะ  คือมันมีอะไรต้องลุ้นเยอะเพราะอารมณ์คนกับตลาดมันเปลี่ยนแปลงได้เกือบทุกวัน  มีเรื่องให้ไปคุยกับเพื่อน เช่น ตัวนี้วันนี้เป็นไง  ตัวนั้นวันนี้ลงแรงนะคิดว่าไง  ตัวนู้นน่าจะดีมั้ยจะราคาวิ่งมั้ย ฯลฯ  แต่ถ้าพูดถึงกำไร  ส่วนใหญ่วิธีนี้จะกำไรบ้างขาดทุนบ้าง  ถัวไปถัวมาผลลัพธ์ก็มักจะงั้นๆ  เพราะการเดาใจมนุษย์ให้ถูกตลอดมันยาก  มันก็จะถูกๆผิดๆอยู่นั่น</li>
<li>ลงทุนยาวกำไรง่ายกว่า เพราะเราต้องพิจารณาแค่ตัวธุรกิจ  ไม่ได้ต้องเดาเป๊ะด้วย  แค่ประมาณคร่าวๆถูกก็ใช้ได้  ไม่ต้องสนใจอารมณ์ตลาดหรือคนอื่น  แต่ลงทุนแนวนี้น่าเบื่อกว่าเยอะ  เวลาหาข้อมูลก็เป็นการหาข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ  อย่างงบการเงินออกถี่สุดก็สามเดือนครั้ง  ซึ่งงบรายไตรมาสปกติก็ไม่ได้มีรายละเอียดอะไรนัก  ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหวือหวาให้ต้องลุ้น</li>
</ul>
<p>ลองไปนึกดูดีๆ  ไปเปิดดูกราฟราคาระยะยาวเทียบกับผลประกอบการ  ลองถามตัวเองดู  ว่าสรุปถ้าหุ้นคือกิจการ  และราคาหุ้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับตัวธุรกิจ  อย่างนั้นเราเอาเวลามาศึกษาตัวกิจการจริงๆจังๆจะเป็นประโยชน์กว่ามั้ย  น่าจะดีกว่านั่งดูตัวเลขเขียวๆแดงๆวิ่งขึ้นวิ่งลงทุกเช้า -กลางวัน -เย็นมั้ย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com/to-buy-stock-is-to-buy-a-piece-of-a-company/">ซื้อหุ้นคือการซื้อธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.adisonc.com">Smart Stock Investment</a>.</p>
]]></content:encoded>
			

		<wfw:commentRss>https://www.adisonc.com/to-buy-stock-is-to-buy-a-piece-of-a-company/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
					</item>
	</channel>
</rss>